เวลาเปิดให้หลายเจ้าเสนอราคางานเดินสาย ปัญหาที่ฝ่ายไอทีเจอบ่อยที่สุดคือ “แต่ละเจ้าเสนอคนละของ แต่จัดซื้อเทียบแค่ตัวเลขสุดท้าย” เจ้าที่ตัดการทดสอบทิ้ง ตัดเอกสารทิ้ง ใช้สายสเปกต่ำกว่า จะได้ราคาถูกสุดและมักชนะ ทั้งที่ส่งมอบของน้อยกว่า ทางแก้ไม่ใช่การไปเถียงเรื่องราคา แต่คือการ เขียนสเปกกลางลงใน RFQ/TOR ให้ทุกเจ้าต้องเสนอบนขอบเขตเดียวกัน เมื่อขอบเขตเท่ากัน ราคาที่ต่างกันถึงจะสะท้อนของที่ต่างกันจริง
ทำไมต้องมีสเปกกลาง
ถ้า RFQ บอกแค่ “เดินสายแลน 40 จุด” คุณกำลังเปิดช่องให้ตีความได้สิบแบบ สายจะเป็น Cat6 หรือ Cat6A ก็ได้ ทดสอบหรือไม่ทดสอบก็ได้ มีผังส่งมอบหรือไม่มีก็ได้ ผลคือใบเสนอราคาที่ “เทียบกันไม่ได้” และคนที่ตัดของออกมากที่สุดดูถูกที่สุดเสมอ การใส่สเปกกลางทำให้ทั้งฝ่ายไอทีและฝ่ายจัดซื้อได้ประโยชน์ร่วมกัน ไอทีได้ของที่ใช้งานได้จริง จัดซื้อได้เกณฑ์เทียบที่ป้องกันตัวเองได้ว่าเลือกอย่างมีหลักการ
7 หมวดที่ต้องระบุใน RFQ/TOR
1. สเปกสายและอุปกรณ์ปลายทาง
ระบุประเภทสาย (Cat6 / Cat6A / ไฟเบอร์) พร้อมเหตุผล และให้ระดับ (category) ของ keystone, patch panel, patch cord ตรงกับสาย เพราะระบบจะวิ่งได้เท่ากับจุดที่อ่อนที่สุดในเส้นทาง ระบุด้วยว่าต้องเผื่อรองรับความเร็วและ PoE ระดับใด
2. ขอบเขตงานและจำนวนจุด (จากการสำรวจ ไม่ใช่แปลนล้วน)
กำหนดให้ผู้เสนอราคาสำรวจหน้างานก่อนตีราคา และแจกแจงจำนวนจุดจริง เพื่อไม่ให้เจอ “ตีเหมาจากแปลน” แล้วมาบวกเพิ่มหน้างานภายหลัง
3. เส้นทางเดินสาย ราง/ท่อ
ระบุว่าต้องใช้รางเดินสาย (cable tray) หรือท่อร้อยสายในจุดใด เดินแยกจากสายไฟกำลังตามระยะที่เหมาะเพื่อลดสัญญาณรบกวน และเผื่อช่องสำหรับต่อเติมในอนาคต
4. การทดสอบและการส่งผล
ระบุ ระดับ การทดสอบที่ต้องการ (ดูรายละเอียดใน บทความเรื่องระดับการทดสอบสาย) และให้ส่งรายงานผลการทดสอบทุกจุด ไม่ใช่แค่ “เสียบดูว่าไฟติด” นี่คือบรรทัดที่แยกผู้รับเหมาที่มีเครื่องมือจริงออกจากที่ไม่มี
5. เอกสารส่งมอบ (as-built + ป้ายกำกับ)
กำหนดให้ส่งมอบผังสายตามที่ติดตั้งจริง (as-built) และป้ายกำกับจุดที่อ่านแล้วตามหาสายเจอ เพื่อให้ทีมไอทีดูแลและแก้ไขต่อได้เอง เอกสารคือสิ่งที่ทำให้งานครั้งนี้ไม่กลายเป็นภาระครั้งหน้า
6. การรับประกัน
ระบุระยะเวลารับประกัน (กี่ปี) และครอบคลุมอะไรบ้าง (ฝีมือแรงงาน วัสดุ) รวมถึงเงื่อนไขที่ไม่ครอบคลุม เพื่อให้เทียบได้ว่าเจ้าไหนกล้ารับประกันงานที่ตัวเองทำจริง
7. ความรับผิดชอบและการทำงานหน้างาน
ระบุว่าใช้ทีมของบริษัทเองหรือจ้างช่วง ใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหาภายหลัง และหากเป็นออฟฟิศที่ยังเปิดใช้งาน ให้ระบุเงื่อนไขการทำงานไม่ให้กระทบผู้ใช้ (เช่น ช่วงเวลาทำงาน การคุมฝุ่น ลำดับการตัดจุด)
แบบข้อความสเปกที่ก๊อปไปวางใน RFQ ได้
- สาย: [Cat6 / Cat6A] พร้อม keystone, patch panel และ patch cord ระดับเดียวกันตลอดเส้นทาง
- สำรวจหน้างานก่อนเสนอราคา และแจกแจงจำนวนจุดจริง แยกค่าอุปกรณ์และค่าแรง
- เดินสายบนราง/ท่อตามจุดที่กำหนด แยกจากสายไฟกำลัง เผื่อช่องต่อเติม
- ทดสอบทุกจุดตามระดับที่กำหนด และส่งรายงานผลการทดสอบทุกเส้น
- ส่งมอบผังสาย as-built และป้ายกำกับจุดครบทุกจุด
- รับประกันงานไม่น้อยกว่า [ระบุ] ปี ครอบคลุมฝีมือแรงงานและวัสดุ พร้อมระบุข้อยกเว้น
- ระบุว่าใช้ทีมบริษัทเองหรือจ้างช่วง และเงื่อนไขการทำงานในพื้นที่ที่ยังใช้งานอยู่
สเปกกลางช่วยให้ทั้งไอทีและจัดซื้อชนะ
หลายคนกลัวว่าการเขียนสเปกละเอียดจะทำให้ราคาสูงขึ้น ความจริงตรงกันข้าม มันทำให้ราคา เทียบได้ ต่างหาก เจ้าที่ทำครบอยู่แล้วจะเสนอราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนเจ้าที่เคยถูกเพราะตัดของออก จะต้องบวกกลับเข้ามาให้เห็น ฝ่ายจัดซื้อจึงเลือกได้อย่างมีหลักฐาน ไม่ใช่เดาว่า “ถูกกว่าน่าจะคุ้มกว่า”
เราเสนอราคาแบบแจกแจง เทียบได้ทุกบรรทัด
ที่ Thiangtham เราสำรวจหน้างานก่อนเสมอ แล้วเสนอราคาที่แจกแจงทุกรายการ ทั้งอุปกรณ์และค่าแรง ระบุสเปกสาย การทดสอบด้วย Fluke LinkIQ พร้อมส่งผล เอกสาร as-built และป้ายกำกับ รวมถึงการรับประกันงาน 3 ปี เพื่อให้คุณและฝ่ายจัดซื้อมั่นใจว่ากำลังเทียบของแบบเดียวกันจริง อ่านขอบเขตบริการเต็มได้ที่ บริการเดินสายเครือข่าย
อยากได้สเปก RFQ ที่ตรงกับหน้างานของคุณ? เล่าให้เราฟัง เราเข้าไปสำรวจและช่วยร่างขอบเขตงานให้ฟรี — ปรึกษางานเครือข่ายหน้างาน (ฟรี)
คำถามที่พบบ่อย
RFQ กับ TOR งานเดินสายต่างกันไหม
ในทางปฏิบัติใช้แทนกันได้ ทั้งคู่คือเอกสารที่กำหนดขอบเขตและสเปกงานเพื่อให้ผู้รับเหมาเสนอราคาบนเงื่อนไขเดียวกัน สิ่งสำคัญคือเนื้อในต้องระบุสาย การทดสอบ เอกสารส่งมอบ และการรับประกันให้ชัด
ถ้าไม่รู้ว่าควรใช้ Cat6 หรือ Cat6A จะเขียนสเปกอย่างไร
ให้ระบุการใช้งานปลายทางแทน เช่น ต้องรองรับ Access Point multi-gig หรือ uplink 10G แล้วให้ผู้เสนอราคาแนะนำสเปกที่รองรับ พร้อมเหตุผล จะได้เทียบวิธีคิดของแต่ละเจ้าไปด้วย
การระบุให้ส่งผลการทดสอบทำให้ราคาสูงขึ้นไหม
กับเจ้าที่มีเครื่องมือทดสอบอยู่แล้ว แทบไม่ต่าง แต่มันกรองเจ้าที่ไม่มีเครื่องมือหรือไม่ตั้งใจทดสอบออกไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปัญหามักไปโผล่ตอนใช้งานจริง
ทำไมต้องกำหนดให้สำรวจหน้างานก่อนเสนอราคา
เพื่อป้องกันการตีเหมาจากแปลนแล้วมาบวกเพิ่มหน้างาน การสำรวจก่อนทำให้จำนวนจุดและเส้นทางเดินสายตรงความจริง และราคาที่ได้จึงเชื่อถือได้